คุณกำลังมองหาอะไร?

ธ. เผยกทม.-ภาคกลางฝุ่น PM2.5 ดีขึ้น ส่งผลผู้ป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศลดลง

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

28.02.2569
25
0
แชร์
28
กุมภาพันธ์
2569

        กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ช่วงเดือนมกราคม 2569 ดีขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และภาคกลาง สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยจากโรคจากมลพิษทางอากาศที่ลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีอาจจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

        นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ว่ามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในปี 2569 อยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงร้อยละ 19
เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สะท้อนผลจากการบูรณาการมาตรการควบคุมและลดแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ ข้อมูลการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในเดือนมกราคม 2569 มีจำนวน 252 ราย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวโน้มคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งดำเนินงานตามมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข 4 มาตรการ อย่างเข้มข้น เพื่อร่วมกันลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยได้จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น จำนวน 8,351 ห้อง ครอบคลุม 74 จังหวัด สนับสนุนมุ้งสู้ฝุ่นสำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ 450 ชุด เปิดคลินิกมลพิษ 309 แห่ง สถานบริการสาธารณสุขมีการเปิดระบบนัดหมายผ่านหมอพร้อม 905 แห่ง สนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น 804,154 ชิ้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) รวมทั้ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่เคาะประตูเยี่ยมบ้าน ดูแลกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงได้มีการสื่อสาร แจ้งเตือนความเสี่ยงต่อสุขภาพ สร้างความรอบรู้ให้แก่ประชาชน ด้วยการเปิดสายด่วนให้คำปรึกษา จัดสัมมนาวิชาการและการเสริมสร้างศักยภาพแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. แกนนำชุมชน และประชาชน

          “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์แบบรายวัน ทั้งข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 จุดความร้อน ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา และผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน หากค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้พิจารณาเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (PHEOC) เพื่อเป็นการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมทุกระดับ ปกป้องสุขภาพประชาชนอย่างทันท่วงที” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

กรมอนามัย / 28 กุมภาพันธ์ 2569

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน