คุณกำลังมองหาอะไร?

รมอนามัย หารือ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หวังแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout)

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

27.03.2568
30
0
แชร์
27
มีนาคม
2568

        วันนี้ (27 มีนาคม 2568) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย หารือร่วมกับ ดร.ไกรยศ ภัทระวาท ผู้จัดการสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมด้วย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ดร.นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ หาแนวทางความร่วมมือการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

          แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า Thailand Zero Dropout เป็นการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ ซึ่งทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้หารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกับกรมอนามัย โดยเฉพาะในมิติสุขภาพ ที่เริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา เพื่อป้องกันปัญหาพ่อแม่วัยใส การตั้งครรภ์ซ้ำและการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมโครงการเด็กไทยสายตาดี เพิ่มการคัดกรองสายตาในเด็กให้ครอบคลุมมากขึ้น และเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันทั้งระดับระดับท้องถิ่น จังหวัด เขตสุขภาพและประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือตลอดเส้นทางการเรียนรู้ มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม สติปัญญา เข้าถึงสิทธิประโยชน์หลักด้านส่งเสริมสุขภาพ อนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี มีศักยภาพพร้อมที่จะพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้
          นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา (Thailand Zero Dropout) ดังนี้ 1) มอบนโยบายและสนับสนุนให้ทุกส่วนราชการในสังกัด ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ 2) สนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาความไม่พร้อมทางมิติด้านสุขภาพด้วยการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 พบว่า ปี 2567 นักเรียนหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่คลอดบุตร ร้อยละ 63.43 ได้เรียนต่อในระบบ 3) สนับสนุนทรัพยากร อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ในการสำรวจ ค้นหา ให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนป้องกันการออกนอกระบบการศึกษาตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงการสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมและความช่วยเหลือทุกมิติ 4) สนับสนุนการเข้าถึงสิทธิทางสุขภาพ ร่วมบูรณาด้านการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือ ส่งเสริมบทบาทครอบครัว ชุมชน และสถานประกอบกิจการในการสื่อสารสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น การเลี้ยงดูบุตรหลานและการสร้างสัมพันธภาพ และ 5) มีการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรเด็กและเยาวชน

***

27 มีนาคม 2568

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน

ติดตามข่าวสารได้ที่

แทงบอลออนไลน์ || UFABET || ดูบอลสด