คุณกำลังมองหาอะไร?

ข่า

ข่าวแจกกรมอนามัย - ม.ราชภัฎพระนคร สปสช. เปิดคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม ครอบคลุม 4 มิติ""

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

17.06.2558
7
0
แชร์
17
มิถุนายน
2558

ข่าวแจกกรมอนามัย - ม.ราชภัฎพระนคร สปสช. เปิดคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม ครอบคลุม 4 มิติ""

               กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เปิดคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของนักศึกษา อาจารย์ บุคคลากรมหาวิทยาลัยและประชาชนในชุมชนรอบข้างมหาวิทยาลัย ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟู
               วันนี้ (17 มิถุนายน 2558) นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม    ณ ลานหน้าคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครว่า กรมอนามัยมีภารกิจสำคัญในการกำหนดทิศทาง นโยบายด้านสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนไทยทุกกลุ่มวัยตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึง วัยสูงอายุให้เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง โดยเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้ แต่ที่ผ่านมากลับพบว่ากลุ่มเยาวชน คือ นักศึกษาที่เป็นวัยกำลังเจริญเติบโต เป็นวัยฮอร์โมนแรง และวัยแห่งการเจริญพันธุ์ มักไม่แสดงอาการเจ็บป่วยมากนัก จึงห่างไกลหรือเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพวัยรุ่นที่มีอยู่ เช่น คลินิกวัยรุ่นที่มีให้บริการตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก ส่วนใหญ่มักใช้บริการเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพเพศและการเจริญพันธุ์ ส่งผลกระทบทั้งคุณภาพชีวิต การเรียนและสังคม และไปใช้บริการด้วยความวิตกกังวล กรมอนามัยจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาบริการสำหรับทุกกลุ่มวัยให้สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ไม่ต้องรอคิวนาน ใช้บริการด้วยสบายใจ โดยพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพใหม่ให้เข้าถึงแหล่งอาศัยของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน สถานประกอบการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น
                "คลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม จึงเป็นต้นแบบบริการสุขภาพ (Health service model) ในสถาบันการศึกษาที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนที่เป็นนักศึกษาได้โดยไม่เสียการเรียน ซึ่งคลินิกแห่งนี้ให้บริการที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพที่ตอบสนองความต้องการของนักศึกษา บุคลากร ประชาชนรอบๆ มหาวิทยาลัยได้ด้วยมาตรฐานการดูแลและคุณภาพการบริการจนสามารถสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยด้านสุขภาพตัวอย่างในการขยายสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศได้อย่างทั่วถึงต่อไป? รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
                ทางด้าน รศ.ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า การมีสุขภาวะที่ดีของนักศึกษานั้น ต้องรวมศาสตร์ด้านสุขภาพ และความเป็นอันหนึ่งเดียวกันของมหาวิทยาลัยและชุมชนเข้าด้วยกัน ต้องให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ในชุมชนรอบข้างมหาวิทยาลัยไม่ใช่เฉพาะแต่บุคลากรภายในเพียงอย่างเดียว เพราะหากสถานศึกษามุ่งสู่การเป็นสถานศึกษาเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ก็จะสามารถเป็นองค์กรสำคัญในการปลูกฝังแนวคิด และพัฒนาทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกัน และเป็นการสร้างเสริมสุขภาพแก่เด็กและเยาวชนได้อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฎพระนครมองเห็นโอกาสเสริมความเข้มแข็งแก่รากฐานของประชากรวัยนักศึกษาดังกล่าวจึงได้ยกระดับการดูแลสุขภาพนักศึกษาจากห้องพยาบาลเป็นคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรมขึ้นด้วยความร่วมมือของ 3 หน่วยงานคือ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ศูนย์อนามัยที่ 1 กรุงเทพฯ กรมอนามัย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 13 กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่มกิจกรรมการดูแลทั้งเมื่อนักศึกษา บุคลากร เจ็บป่วย และการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเจ็บป่วยต่างๆ เป็นต้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ โดยพร้อมสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของคลินิกฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษาอาจารย์ บุคลากร และประชาชนรอบมหาวิทยาลัย ให้มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดีขึ้น
                ทางด้าน ทพ.กวี วีระเศรษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทำหน้าที่บริหารงบประมาณให้บริการสุขภาพกับทุกกลุ่มวัยเพื่อยกระดับสุขภาพที่ดีของวัยเรียนและเยาวชนโดยสร้างการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเสมอภาคและสนับสนุนให้กลุ่มนักศึกษาบุคลากรและประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้คลินิกแห่งนี้ ได้รับชุดสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อาทิ การตรวจร่างกาย วัดสายตา ตรวจสุขภาพช่องปาก การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาภาวะเสี่ยง การประเมินพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะโภชนาการ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันความเจ็บป่วย การรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย กิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การให้การปรึกษาแนะนำ และการให้ความรู้ เป็นต้น เนื่องจากคลินิกแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายส่งผลให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ไม่เสียเวลารอนาน ทำให้ไม่เสียเวลาเรียน อีกทั้งยังสามารถป้องกันความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศ
                ทางด้าน นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1 กรุงเทพฯ กล่าวว่า คลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรมนับเป็นคลินิกของนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรและประชาชนรอบๆ มหาวิทยาลัยที่เปิดให้บริการต่อเนื่องจาก ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยที่ให้บริการสุขภาพเบื้องต้น โดยในระยะนี้มีแพทย์ประจำทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เพื่อให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-12.00น. ซึ่งคลินิกแห่งนี้เป็นหน่วยบริการประจำระดับปฐมภูมิ โดยจะได้รับบริการตรวจรักษาทั้งยามปกติและฉุกเฉินที่สามารถส่งต่อบริการไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เมื่อต้องตรวจวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์ การตรวจทางห้องปฎิบัติการ การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก การวางแผนครอบครัว และอื่นๆ และกรณีมีอุบัติเหตุฉุกเฉินก็ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชด้วยบริการรถพยาบาล โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชกร จากศูนย์อนามัยที่ 1 มาทำงานเป็นส่วนใหญ่ทั้งประจำและหมุนเวียนและอีกส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และแพทย์นอกเวลาราชการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 12 คน นอกจากนี้ยังให้บริการในชุมชนทั้งการเยี่ยมบ้าน การให้บริการอนามัยโรงเรียน และการจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนสุขภาพสำหรับนักศึกษาอีกด้วย
 ***
สำนักสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง/ 17 มิถุนายน 2558
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เปิดคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของนักศึกษา อาจารย์ บุคคลากรมหาวิทยาลัยและประชาชนในชุมชนรอบข้างมหาวิทยาลัย ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟู วันนี้ (17 มิถุนายน 2558) นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม ณ ลานหน้าคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครว่า กรมอนามัยมีภารกิจสำคัญในการกำหนดทิศทาง นโยบายด้านสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนไทยทุกกลุ่มวัยตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึง วัยสูงอายุให้เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง โดยเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้ แต่ที่ผ่านมากลับพบว่ากลุ่มเยาวชน คือ นักศึกษาที่เป็นวัยกำลังเจริญเติบโต เป็นวัยฮอร์โมนแรง และวัยแห่งการเจริญพันธุ์ มักไม่แสดงอาการเจ็บป่วยมากนัก จึงห่างไกลหรือเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพวัยรุ่นที่มีอยู่ เช่น คลินิกวัยรุ่นที่มีให้บริการตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก ส่วนใหญ่มักใช้บริการเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพเพศและการเจริญพันธุ์ ส่งผลกระทบทั้งคุณภาพชีวิต การเรียนและสังคม และไปใช้บริการด้วยความวิตกกังวล กรมอนามัยจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาบริการสำหรับทุกกลุ่มวัยให้สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ไม่ต้องรอคิวนาน ใช้บริการด้วยสบายใจ โดยพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพใหม่ให้เข้าถึงแหล่งอาศัยของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน สถานประกอบการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น คลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรม จึงเป็นต้นแบบบริการสุขภาพ (Health service model) ในสถาบันการศึกษาที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนที่เป็นนักศึกษาได้โดยไม่เสียการเรียน ซึ่งคลินิกแห่งนี้ให้บริการที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพที่ตอบสนองความต้องการของนักศึกษา บุคลากร ประชาชนรอบๆ มหาวิทยาลัยได้ด้วยมาตรฐานการดูแลและคุณภาพการบริการจนสามารถสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยด้านสุขภาพตัวอย่างในการขยายสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศได้อย่างทั่วถึงต่อไป รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว ทางด้าน รศ.ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า การมีสุขภาวะที่ดีของนักศึกษานั้น ต้องรวมศาสตร์ด้านสุขภาพ และความเป็นอันหนึ่งเดียวกันของมหาวิทยาลัยและชุมชนเข้าด้วยกัน ต้องให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ในชุมชนรอบข้างมหาวิทยาลัยไม่ใช่เฉพาะแต่บุคลากรภายในเพียงอย่างเดียว เพราะหากสถานศึกษามุ่งสู่การเป็นสถานศึกษาเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ก็จะสามารถเป็นองค์กรสำคัญในการปลูกฝังแนวคิด และพัฒนาทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกัน และเป็นการสร้างเสริมสุขภาพแก่เด็กและเยาวชนได้อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฎพระนครมองเห็นโอกาสเสริมความเข้มแข็งแก่รากฐานของประชากรวัยนักศึกษาดังกล่าวจึงได้ยกระดับการดูแลสุขภาพนักศึกษาจากห้องพยาบาลเป็นคลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรมขึ้นด้วยความร่วมมือของ 3 หน่วยงานคือ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ศูนย์อนามัยที่ 1 กรุงเทพฯ กรมอนามัย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 13 กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่มกิจกรรมการดูแลทั้งเมื่อนักศึกษา บุคลากร เจ็บป่วย และการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเจ็บป่วยต่างๆ เป็นต้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ โดยพร้อมสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของคลินิกฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษาอาจารย์ บุคลากร และประชาชนรอบมหาวิทยาลัย ให้มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดีขึ้น ทางด้าน ทพ.กวี วีระเศรษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทำหน้าที่บริหารงบประมาณให้บริการสุขภาพกับทุกกลุ่มวัยเพื่อยกระดับสุขภาพที่ดีของวัยเรียนและเยาวชนโดยสร้างการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเสมอภาคและสนับสนุนให้กลุ่มนักศึกษาบุคลากรและประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้คลินิกแห่งนี้ ได้รับชุดสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อาทิ การตรวจร่างกาย วัดสายตา ตรวจสุขภาพช่องปาก การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาภาวะเสี่ยง การประเมินพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะโภชนาการ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันความเจ็บป่วย การรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย กิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การให้การปรึกษาแนะนำ และการให้ความรู้ เป็นต้น เนื่องจากคลินิกแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายส่งผลให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ไม่เสียเวลารอนาน ทำให้ไม่เสียเวลาเรียน อีกทั้งยังสามารถป้องกันความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ทางด้าน นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1 กรุงเทพฯ กล่าวว่า คลินิกส่งเสริมสุขภาพพระนครเวชกรรมนับเป็นคลินิกของนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรและประชาชนรอบๆ มหาวิทยาลัยที่เปิดให้บริการต่อเนื่องจาก ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยที่ให้บริการสุขภาพเบื้องต้น โดยในระยะนี้มีแพทย์ประจำทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เพื่อให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-12.00น. ซึ่งคลินิกแห่งนี้เป็นหน่วยบริการประจำระดับปฐมภูมิ โดยจะได้รับบริการตรวจรักษาทั้งยามปกติและฉุกเฉินที่สามารถส่งต่อบริการไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เมื่อต้องตรวจวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์ การตรวจทางห้องปฎิบัติการ การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก การวางแผนครอบครัว และอื่นๆ และกรณีมีอุบัติเหตุฉุกเฉินก็ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชด้วยบริการรถพยาบาล โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชกร จากศูนย์อนามัยที่ 1 มาทำงานเป็นส่วนใหญ่ทั้งประจำและหมุนเวียนและอีกส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และแพทย์นอกเวลาราชการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 12 คน นอกจากนี้ยังให้บริการในชุมชนทั้งการเยี่ยมบ้าน การให้บริการอนามัยโรงเรียน และการจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนสุขภาพสำหรับนักศึกษาอีกด้วย *** สำนักสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง/ 17 มิถุนายน 2558

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน