กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
จากเหตุเพลิงไหม้บริเวณอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากควันไฟและฝุ่นละออง โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงสั่งการให้ทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม SEhRT กรมอนามัย เร่งลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประชาชน ประเมิน ผลกระทบต่อสุขภาพ และเฝ้าระวังสถานการณ์ควันและฝุ่นละอองในพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบอย่างใกล้ชิด
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์เพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เกิดควันและฝุ่นละอองในพื้นที่โดยรอบ โดยกรุงเทพมหานครได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้น พบค่า ฝุ่นละอองในปริมาณสูง จากควันไฟและการเผาไหม้ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากกลิ่นควันและเขม่าจากการเผาไหม้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบจมูก แสบตา ไอ เจ็บคอ และระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ควันและฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ทีม SEhRT กรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแล เฝ้าระวังสุขภาพประชาชน และประเมินความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากควันและฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย โดยทีม SEhRT กรมอนามัย กองอนามัยฉุกเฉิน กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ร่วมกับกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ลงพื้นที่ชุมชนโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และเฝ้าระวังผลกระทบจากฝุ่นละอองและควัน โดยจากการลงพื้นที่ยังพบกลิ่นควันและกลิ่นจากการเผาไหม้ ซึ่งอาจเกิดจากวัสดุและสิ่งของต่าง ๆ ที่ถูกเพลิงไหม้ รวมถึงวัสดุที่อาจมีองค์ประกอบทางเคมี และอาจส่งผลให้ประชาชนเกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา แสบจมูก ไอ เจ็บคอ หรือระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ จึงให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและสนับสนุนหน้ากาก N95 แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันและลดการรับสัมผัสฝุ่นละอองและควันจากเหตุเพลิงไหม้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งหรือเข้าใกล้บริเวณที่ยังมีกลุ่มควันและมีกลิ่นจากการเผาไหม้ หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากาก ที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ และปิดประตูหน้าต่าง เพื่อลดควันและกลิ่นเข้าสู่อาคาร หากมีเขม่าควันตกค้าง ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ และล้างมือก่อนรับประทานอาหารหรือสัมผัสใบหน้า หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดสติ ให้รีบออกจากพื้นที่ที่มีกลุ่มควัน ไปยังบริเวณอากาศถ่ายเทและพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และผู้มีโรคประจำตัว
***
กรมอนามัย / 29 สิงหาคม 2569