กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
กระทรวงสาธารณสุข ห่วงช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางจำนวนมาก ส่งผลให้ห้องส้วมสาธารณะมีการใช้งานหนาแน่น อาจไม่สะอาดจนเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ย้ำผู้ประกอบการและประชาชนร่วมกันดูแลโดยสถานประกอบการต้องรักษามาตรฐาน HAS อย่างเข้มงวด ขณะที่ประชาชนควรสร้างสุขลักษณะนิสัยที่ดีเพื่อความสะอาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางสูง ส้วมสาธารณะถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากมีการใช้งานถี่และต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกสุขลักษณะ อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา รวมถึงพาหะนำโรค เช่น แมลงวันและแมลงสาบ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ใช้บริการ กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำการดูแลความสะอาดส้วมสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ ส้วมตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร และสถานีขนส่ง มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่อาจก่อให้เกิดโรคติดต่อ โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินอาหารและโรคผิวหนัง
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับส้วมสาธารณะ 12 ประเภท ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว ตลาด ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีขนส่ง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานที่ราชการ ศาสนสถาน สวนสาธารณะ และส้วมริมทาง ให้ได้ตามมาตรฐาน HAS ซึ่งประกอบด้วย H (Health) สะอาด ถูกสุขลักษณะ ไม่มีกลิ่นเหม็น มีการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสม A (Accessibility) เข้าถึงได้สะดวก เพียงพอสำหรับผู้ใช้งาน รวมถึงผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง และ S (Safety) ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ พื้นไม่ลื่น มีอุปกรณ์อยู่ในสภาพดี ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “จุดเสี่ยงสัมผัสร่วม” ในห้องส้วมสาธารณะที่ต้องเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคจำนวนมาก จากข้อมูลตรวจพบว่า ที่จับสายฉีดชำระ ตรวจพบเชื้อโรคมากที่สุดถึงร้อยละ 85 รองลงมาคือ บริเวณพื้นห้องส้วมร้อยละ 50 และที่รองนั่งโถส้วมร้อยละ 31 ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเน้นทำความสะอาดจุดเสี่ยงดังกล่าว รวมถึงจุดสัมผัสอื่นๆ ได้แก่ ปุ่มกดน้ำ ลูกบิดประตู โถปัสสาวะ ก๊อกน้ำ และอ่างล้างมือ โดยควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน และควรจัดให้มีการทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 1–2 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก"
ด้าน นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ผู้ประกอบการจัดให้มีสบู่ล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ มีระบบระบายอากาศที่ดี และตรวจสอบอุปกรณ์ภายในห้องส้วมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโรค สำหรับประชาชน ควรปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัย เช่น ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังใช้ห้องส้วม หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น ใช้กระดาษทิชชูหรืออุปกรณ์ช่วยเมื่อต้องสัมผัสจุดเสี่ยง และหากพบห้องส้วมไม่สะอาด ควรหลีกเลี่ยงการใช้บริการ ทั้งนี้ ห้องส้วมสาธารณะถือเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนสุขอนามัยของสถานประกอบการ หากมีการดูแลตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงโรคและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขอให้ผู้ประกอบการร่วมกันยกระดับห้องส้วมให้สะอาด ปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
***
กรมอนามัย / 13 เมษายน 2569